2005/Sep/27

เรือโดยสาร "ไททานิค" จัดเป็นเรือโดยสารที่หรูหราประเภทเรือสำราญขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น ออกแบบ สร้างประกอบโดยอู่ต่อเรือของบริษัท Harland and Wolff ประเทศ North Ireland ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๑๑ มีระวางขับน้ำ๔๖,๓๒๘ ตัน มีเครื่องจักรไอน้ำที่มีกำลังแรงถึง ๔๖.๐๐๐ แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดในการเดินทางได้ถึง ๒๔ น็อต โดยมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงถึง ๗.๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ การ เดินทางเที่ยวนี้เป็นการเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ข้ามมหาสมุทแอตแลนติกจากเมืองเซาท์แธมตัน ประเทศอังกฤษไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเริ่มถอนสมอออกเดินทางเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. มีผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งสิ้นประมาณ ๒,๒๑๗ คน

ความใหญ่โตมโหฬารมีรูปลักษณะแข็งแกร่งทนทานมหาศาลนี้ ทำให้บริษัทเจ้าของเรือมีความภาคภูมิใจมากถึงกับขนานนามเรือลำนี้ว่า "Unsinkable Ship หรือ เรือที่ไม่มีวันจม" และชื่อของเรือ "ไททานิค" นั้นก็ได้นำมาจากคำว่า "Titan" ซึ่งเป็นชื่อของอสูรเทพที่ทรงพลัง บุตรของเทพเจ้า Uranus และ Gaia ตามเทพนิยายกรีกโบราณ

ในระหว่างการเดินทางนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายนฯ เป็นต้นมา เรือ "ไททานิค" ได้รับสัญญาณวิทยุเตือนภัยให้ระวังเรื่องภูเขาและกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ปรากฏลอยอยู่เกลื่อนกลาด ทั่วไปในเส้นทางการเดินทางจากเรือลำอื่นๆ มาโดยตลอด เมื่อคืนวันที่ ๑๔ เมษายนฯ เวลา ๒๒.๓๐ น.พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" ซึ่งกำลังติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งห่างจากเรือ "ไททานิค" ประมาณ ๑๙ ไมล์ทางเหนือ ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เรืออื่นๆ ซึ่งกำลังเดินทางอยู่ในเส้นทางที่ใกล้เคียงให้ระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจจะเกิดจากการชนภูเขาน้ำแข็งภายในบริเวณนี้ได้ ขณะที่ กำลังเรียกขานเรือ "ไททานิค" เพื่อแจ้งให้ระมัดระวังเหตุภัยพิบัตินี้เช่นกัน ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ค่อยสุภาพว่า "...ให้หยุดเตือนเสียที เพราะสัญญาณเข้าไปรบกวนการทำงาน(ของเขา)กับ Cape Race..." พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" จึงเลิกทำการติดต่อ และปิดเครื่องวิทยุเมื่อเวลา ๒๓.๓๐ น.

เมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๔๐ น. ด้วยความเร็ว ๒๒ น็อตครึ่ง เรือ "ไททานิค" ได้พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีความสูงพ้นระดับน้ำ ๕๕-๖๐ ฟิต ที่ Longitude 50o 14' W Lattitude 41o 27' N ทำให้ตัวเรือแตกน้ำทะเลไหลท่วมท้นเข้ามาในตัวเรือมีระดับสูงกว่ากระดูกงู ๑๔ฟิต ภายใน ๑๐ นาที แล้วไหลทะลักเข้าไปสู่ห้องต่างๆ อย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้เรือเริ่มอับปาง พนักงานวิทยุประจำเรือฯ ได้ส่งสัญญาณวิทยุแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือไปยังเรือและสถานีฝั่งในอาณาบริเวณ เรือหลายลำที่ได้รับสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือจากเรือ "ไททานิค" จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว

วันที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ เวลา ๐๐.๐๕ น. กัปตันเรือ "ไททานิค" ได้สั่งสละเรือใหญ่ เรือลำนี้ถึงแม้ว่า จะได้เตรียมเรือชูชีพไว้จำนวนมากแต่ก็สามารถจุได้เพียง ๑,๑๗๘ คนในจำนวนผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งหมด ๒,๒๑๗ คน เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีเรือหลายลำเข้าไปช่วยเหลือได้ในระยะเวลาอันสั้น การอับปางของเรือ "ไททานิค"ครั้งนี้ก็ยังเป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๑,๕๑๓ คน ในจำนวนนี้มีมหาเศรษฐีอเมริกันรวมอยู่ด้วยถึง ๓ คน คือ John Jacob Astor, Benjamin Gugenheim และ Isidor Straus

(อยากเหนรูปเรือไททานิกเข้าไปที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=445118)

อีกสาเหตุที่เรือไททานิกจมคาดน่าจะเพราะว่า มีเศรษฐีคนหนึ่ง(เราก็จำชื่อไม่ได้อ่านะ)เค้าซื้อโลงศพมัมมี่เจ้าหญิงแห่งไอยคุปมาจากพ่อค้าคนหนึ่งซึ่งได้ไปบุกรุกสุสานของเจ้าหญิงแล้วนำเอาพระศพออกมาด้วย และในตอนที่เขาได้ขายพระศพของเจ้าหญิงนั้นเขาได้บอกเศรษฐีว่าโลงพระศพนี้มีคำสาป แต่เศรษฐีผู้นั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร หลังจากที่พ่อค้าคนนี้ได้ขายพระศพของเจ้าไอยคุปไปแล้วเขาก็ได้เสียชีวิตอย่างปริศนา (โดนคำสาป) แล้วเศรษฐีก็ต้องการที่จะนำโลงพระศพไปยังนิวยอร์ก โดยมีแต่กัปตันเรือเท่านั้นที่รู้ และจากคำสาปของเจ้าหญิงแห่งไอยคุปก็ทำให้เรือประสบอุบัติเหตุชนกับภูเขาน้ำแข็ง ทำให้พระศพของท่านจมดิ่งสู่ทะเลลึก เพราะท่านไม่ต้องการให้ผู้ใดมารบกวนท่านอีกแล้ว

"...หากมันผู้นั้นบังอาจลบนามของข้าบนแผ่นศิลานี้ออก
มันผู้นั้นจะถูกเทพเจ้าลงโทษ โดยลบชื่อออกไปจากโลก
+
+
... หากมันผู้ใดเคารพนามของข้าบนแผ่นศิลานี้ มันผู้นั้นจะได้รับการตอบแทนจากเทพเจ้าเช่นเดียวกับที่มันปฏิบัติ
กับข้า ...!! "
+
+
+
(ส่วนหนึ่งของคำสาปฟาโรห์ ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาหน้าห้องเก็บมัมมี่พระศพฟาโรห์ตุคัน คาเมน)

(ขออภัยที่ไม่สามารถลงรูปพระศพได้อยากดูเข้าไปที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=444661)

อีกเรื่องที่น่าคิดคือพลอยสีน้ำเงินของโรสหรือที่เรียกว่า "หัวใจมหาสมุทร" เราว่ามันมีลักษณะเหมือนกันกับเพชรโฮป Hope Diamond) เป็นเพชรสีนํ้าเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีนํ้าหนักถึง 45.52 กะรัต โดยพ่อค้าฝรั่งเศสนาม จอห์น แบ็บติส ทราวิเนียร์ ได้ขโมยมาจากพระนลาฏ (หน้าผาก) เทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งของอินเดีย เมื่อราว ค.ศ. 1600 โดยหารู้ไม่ว่าโคตรเพชรนี้มีคําสาปติดมาด้วย นั่นคือ มันผู้ใดที่ขโมยหรือครอบครองเพชรโฮป จะต้องประสบความวิบัติทุกรายไป!

และก็จริงตามคําสาปครับ นับตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงซื้อเพชรนี้จากนายทราวิเนียร์ พระองค์และ พระราชวงศ์ก็ทรงได้รับภัยร้ายกาจจากการปฏิวัติของฝรั่งเศสตลอด กระทั่งนาย เฮนรีย์ ฟิลิป โฮป (เจ้าของชื่อเพชรเม็ดนี้) นายปิแอร์ คาร์เทียร์ (พ่อค้าอัญมณีชื่อดังที่เรารู้จักกันดี) ฯลฯ ล้วนประสบกับอัปมงคลจนถึงผู้ครอบครองรายสุดท้ายคือ ตระกูลของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน ได้ให้เลดี้ไฮโซ ผู้หนึ่งยืมสร้อยคอเพชรโฮป สวมใส่ในงานราตรี สองเดือนต่อมา ลูกน้อยของเธอก็ตายอย่างลึกลับ สามีกลายเป็นบ้าและต้องหย่าขาดกัน

ในที่สุด ทายาทตระกูลวินสตันจึงมอบเพชรโฮปให้สถาบันสมิธ โซเนียนของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุรักษ์แทนครับ

(ขออภัยที่ไม่สามารถลงรูปเพชรโฮปให้ได้ อยากเหนดุได้ที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=444350)

ขอขอบคุณผู้ที่ไปโพสให้ความรู้แก่ข้าพเจ้ามา ณ ที่นี้ด้วยค้าบ

-------------------------------------------------

ใครมีแนวคิดและสาเหตุใหม่ที่ทำให้เรือไททานิคล่มก็มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ

บางที่ความจริงอาจจะอยู่ในความคิดคุณ


edit @ 2005/09/27 15:40:16
edit @ 2005/09/27 15:41:55

edit @ 2005/09/27 15:45:30
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อยากได้เพชรโฮปฟร่ะ
#1  by  Kumei-MewS.//JC@TU// At 2005-09-27 22:24, 
เขียนยาวจัง แต่ก้อสนุกดี
#2  by  !!ii l!!ii l At 2005-09-28 21:22, 
อยากเป็นเจ้าของเพชรที่โรสใส่อยู่สวยมากๆๆ อยากให้ไททานิคมาฉายในโทรทัศน์อีกเพราะมีคนอยากดูหลายคนมาก
#3  by  อั้ม (203.188.53.208) At 2006-03-19 15:56, 
ผมคิดว่าอีกสาเหตุนึงก็คือ ความประมาทเลินเล่อของกัปตันที่คิดว่า จะสามารถหักหางเสือหลบภูเขาน้ำแข็งได้ เป็นเพราะว่าเขาชะล่าใจ ขอให้จำไว้เลยว่า ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย
#4  by  คนที่รักไททานิค (203.113.16.250 /203.113.50.13) At 2006-03-23 15:26, 
อ่านตั้งแต่ 1 ทุ่มยัน 2 ทุ่มครึ่งเลย
#5  by  ใครก็ได้ (203.113.32.6) At 2006-04-26 20:13, 
จริงที่กัปตันชล่าใจ แต่คนที่ผิดเต็มๆคือ เจ บรู๊ซ อีสเมย์ ประธานบริษัทไวต์ สตาร์ ลายน์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของไททานิค ตอนที่เรือออก กัปตันสั่งเดินเรือแค่10น็อตกว่าๆ (5-6เมตรต่อวินาที) พอออกจากฝั่ง1วัน กัปตันได้สั่งให้เพิ่มความเร็วเป็น21น็อต(10.8เมตรต่อวินาที) แต่วันต่อมาอีสเมย์ก็แอบสั่งเพิ่มเป็น21.5น็อต(11.06เมตรต่อวินาที) และวันต่อมาก็เพิ่มเป็น22.5น็อต(11.57เมตรต่อวินาที) กัปตันรู้ก็โกรธมาก สั่งให้อีสเมย์ลดความเร็วลงพรุ่งนี้เหลือ 21น็อต แต่ไม่ทัน คืนนั้นเวลา23:39 หอสังเกตการณ์ส่งสัญญาณว่าพบภูเขาน้ำแข็ง อยู่ด้านหน้าเฉียงขวาเล็กน้อย มือขวากัปตัน"เมอร์ด็อซ"สังเลี้ยวซ้ายเต็มที่ สั่งห้องเครื่องถอยหลังเต็มตัว แต่ไม่ทัน เรือชนภูเขาน้ำแข็งเกิดน้ำท่วมที่ห้องเครื่องหมายเลข 1 2 3 4 5 รวม5ห้องส่วนหัวซ้อน เรือจะลอยได้ถ้าการชนแบบซ้อนนี้เกิดขึ้นไม่เกิน4ห้อง และเรือจะจมภายใน 2:40ชั่วโมง ถ้ากัปตันสั่งลดความเร็วทันที ถ้าอีสเมย์ไม่โลภอยากทำลายสถิติ ถ้าวิศวกรสร้างใบจักร หางเสือใหญ่กว้านี้เรือคงไมจม แถมอีสเมย์ยังทุเรศนั่งเรือเล็กหนีอีก
#6  by  Maibokkhrap (124.120.115.141) At 2006-05-13 08:09, 
อยากเป็นแจ็ก ดอสั้น จัง
#7  by  lan (203.172.148.162 /192.168.1.228) At 2006-05-24 12:48, 
อยากเป็นแจ็ก ดอสั้น จัง
#8  by  lan (203.172.148.162 /192.168.1.228) At 2006-05-24 12:48, 
#9  by  โรส (58.147.101.64 /192.168.1.171) At 2006-05-31 11:11, 
ก้อดีอ่านะ
#10  by  BL (58.147.7.197) At 2006-08-30 22:07, 
Thanks so very much for taking your time to create this very useful and informative site. I have learned a lot from your site. Thanks!!
#11  by  Honda Miami (87.248.183.183) At 2006-08-30 23:54, 
เมสัร
#12  by  ค (61.19.120.66 /192.168.40.147) At 2006-09-08 16:38, 
ถ้ากัปตันเชื่อวิทยุที่เค้ารายงานมาไททานิคก็จะไม่ล่ม แต่กัปตันทำอย่างนี้ไททานิคก็พบจุดจบ
#13  by  TT (124.121.191.191) At 2006-09-08 19:40, 
Very interesting and professional site! Good Luck!
#14  by  Halcion (203.113.13.3) At 2006-09-14 21:09, 
เรื่อล่มเพราะชนภูเขานำแข็ง
#15  by  นัฐ (58.9.2.197) At 2006-10-17 11:18, 
ไททานิคนั้นมีหางเสือที่เล็กกว่าลำเรือและกัปตันสมิธมีประสบการณ์26ปีว่าอะไรที่ใหญ่พอจะจมเรือจะเห็นทันสั่งเลี้ยวแต่มันไม่คุ้มค่าเลยเพราะหักหลบไม่ทัน แม้ว่าจะถูกขนานนามว่าเป็นเรือที่ไม่มีวันจม แต่เมื่อเกิดเหตุแบบนี้และเรือก็ทำด้วยเหล็กตามหลักฟิสิกอย่างง่ายสุดท้ายไม่ว่าทำยังไงไททานิคก็พบจุดจบ
#16  by  เดวิด คุเกเตอร์ (203.113.61.201) At 2006-10-17 22:23, 
Titanic จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
#17  by  ซราเฮโย (203.113.61.201) At 2006-10-17 22:26, 
ทำได้ดีมาก และทุกคนก็เก่งในการทำงานในการแสดง พระเอก+นางเอกก็สวยหล่อน่ารักกันหมด
#18  by  009 (125.25.20.165) At 2006-10-21 18:41, 
Hello.Thanks so much.
#19  by  Kamagra (195.188.16.14) At 2006-11-03 05:36, 
น่ากลัวจัง
#20  by   (58.147.86.193) At 2007-02-23 09:22, 
ชอบไททานิคมาก ๆ เลย
#21  by   (58.147.86.193) At 2007-02-23 09:24, 
รักไททานิค
#22  by  ไมเคิล (203.113.45.196 /192.168.212.9) At 2007-02-23 14:27, 
ดีจังเลยได้รู้เรื่องเกี่ยวกับแจ็คกับโรสด้วย
#23  by  เอม (203.172.165.99 /192.168.212.176) At 2007-02-27 11:30, 
I love TITANIC. ช้อบชอบบบบบบบบบบ......................บ
#24  by  Roes dawittbukater (203.113.61.200) At 2007-03-29 13:27, 
ชอบไททานิกมาก
#25  by   (203.113.19.186) At 2007-08-30 12:11, 
ก็มัมส์ดีนะ <มันส์โคตรๆ>surprised smile
#26  by  สุดสวย (125.26.107.104) At 2009-01-30 22:52, 
ไททานิคเป็นสิ่งที่ต้องจารึกไว้


บอกคำเดียวว่าหรูที่สุด



































































































#27  by   (61.19.195.50) At 2009-02-04 10:51, 
เรือไททานิค เท่าที่ผมจำใด้บริษัทไวท์สตาร์ไลน์เป็นเจ้าของ นะ
แต่ตอนหลัง เพราะพิษเศรฐกิจ ทำให้ต้องมาควบรวมกับบริษทัทที่ชื่อว่า ครูหนาดไลน์หรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ที่เป็นเจ้าของ เรือควีนแมรี่ทู

และเพชรที่อยู่ในหนัง ไม่ใช้เพชรโฮป หนิแต่เป็น
Heart of the ocean ซึ่งคนละเม็ดกัน
เพราะ ในหนังคนหัวหน้าทีมสำรวจ ยังพูดกะโรส(แก่)ว่า เพชรฮาทออฟดิโอเชี่ยน ตอนนี้มีค่ามากกว่าเพชรโฮปด้วย (ความจริงเป็นอย่างไรไม่รู้แต่ในหนังมันพูดงี้แสดงว่าน่าจะคนละเม็ดอะ)

ถ้าผิดพลาดประการใดขอโทศด้วยนะค้าบ

อ่าอีกอย่าง เท่าทีดูมา เค้าเริ่มมีแนวความคิดใหม่และนะไอ่ท่าหักของมันอะ
เพราะอย่างที่เค้าคิดกันในหนังที่ดูๆกันนี่คือ
เรือหัก ตอนที่เรือท้ายชี้ไปในองศาที่กว้างมากและค่อยหัก
เป๊าะ แต่หลังจากที่ไปเจอซากไททานิค ประกดว่า
ลักษณะการฉีกขาด ไม่น่าจะเกิดจากการหักอย่างนั้น
เพราะ ถ้าหักอย่างในหนังรอยแตกด้านล่างจะมีลักษณะ
บุบเข้าไปตรงบริเวณท้องเรือลองพับแขนดูถ้าไม่เข้าใจ

แต่ลักษณะรอยแตกกลับ เป็นในลักษณะที่ส่วนปลายของรอยแตก(แถวๆระเบียงอะ)ยุบเข้าไป
ทำให้เกิดข้อสงสัย ว่าบางทีเรืออาจจะ แตกตั้งแต่เริม
ชี้ก็ด้าย แบบค่อยๆแตก ทำให้น้ำเข้าไปในรอยแตกก่อนพอน้ำทะลักเข้าไปเรือก็
จะหักเป็นแบบที่ เบียดจากด้านบน (นึกถึงตัววี)ทำให้
มีรอยยุบที่ส่วนปลายของรอยแตก

คือผมก็อธิบายไม่ดีแหละ แต่ถ้าอยากรู้ก็ลองหาในยูทูบครับไม่แน่ใจว่าสารคดีนี้เคย
เข้ามาในไทยหรือปล่าว แต่ที่ดู เป็นภาาษาอังกิดครับ
#28  by  คุณนายมอลลี่ (58.9.106.238) At 2009-05-28 21:38, 
ในระหว่างการเดินทางนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายนฯ เป็นต้นมา เรือ "ไททานิค" ได้รับสัญญาณวิทยุเตือนภัยให้ระวังเรื่องภูเขาและกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ปรากฏลอยอยู่เกลื่อนกลาด ทั่วไปในเส้นทางการเดินทางจากเรือลำอื่นๆ มาโดยตลอด เมื่อคืนวันที่ ๑๔ เมษายนฯ เวลา ๒๒.๓๐ น.พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" ซึ่งกำลังติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งห่างจากเรือ "ไททานิค" ประมาณ ๑๙ ไมล์ทางเหนือ ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เรืออื่นๆ ซึ่งกำลังเดินทางอยู่ในเส้นทางที่ใกล้เคียงให้ระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจจะเกิดจากการชนภูเขาน้ำแข็งภายในบริเวณนี้ได้ ขณะที่ กำลังเรียกขานเรือ "ไททานิค" เพื่อแจ้งให้ระมัดระวังเหตุภัยพิบัตินี้เช่นกัน ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ค่อยสุภาพว่า "...ให้หยุดเตือนเสียที เพราะสัญญาณเข้าไปรบกวนการทำงาน(ของเขา)กับ Cape Race..." พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" จึงเลิกทำการติดต่อ และปิดเครื่องวิทยุเมื่อเวลา ๒๓.๓๐ น.


เมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๔๐ น. ด้วยความเร็ว ๒๒ น็อตครึ่ง เรือ "ไททานิค" ได้พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีความสูงพ้นระดับน้ำ ๕๕-๖๐ ฟิต ที่ Longitude 50o 14' W Lattitude 41o 27' N ทำให้ตัวเรือแตกน้ำทะเลไหลท่วมท้นเข้ามาในตัวเรือมีระดับสูงกว่ากระดูกงู ๑๔ฟิต ภายใน ๑๐ นาที แล้วไหลทะลักเข้าไปสู่ห้องต่างๆ อย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้เรือเริ่มอับปาง พนักงานวิทยุประจำเรือฯ ได้ส่งสัญญาณวิทยุแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือไปยังเรือและสถานีฝั่งในอาณาบริเวณ เรือหลายลำที่ได้รับสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือจากเรือ "ไททานิค" จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว


วันที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ เวลา ๐๐.๐๕ น. กัปตันเรือ "ไททานิค" ได้สั่งสละเรือใหญ่ เรือลำนี้ถึงแม้ว่า จะได้เตรียมเรือชูชีพไว้จำนวนมากแต่ก็สามารถจุได้เพียง ๑,๑๗๘ คนในจำนวนผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งหมด ๒,๒๑๗ คน เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีเรือหลายลำเข้าไปช่วยเหลือได้ในระยะเวลาอันสั้น การอับปางของเรือ "ไททานิค"ครั้งนี้ก็ยังเป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๑,๕๑๓ คน ในจำนวนนี้มีมหาเศรษฐีอเมริกันรวมอยู่ด้วยถึง ๓ คน คือ John Jacob Astor, Benjamin Gugenheim และ Isidor Straus
#29  by  เป้ กสก อินทอง (118.173.128.205) At 2009-10-01 14:08, 

<< Home


สตางค์
View full profile