เรือโดยสาร "ไททานิค" จัดเป็นเรือโดยสารที่หรูหราประเภทเรือสำราญขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น ออกแบบ สร้างประกอบโดยอู่ต่อเรือของบริษัท Harland and Wolff ประเทศ North Ireland ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๑๑ มีระวางขับน้ำ๔๖,๓๒๘ ตัน มีเครื่องจักรไอน้ำที่มีกำลังแรงถึง ๔๖.๐๐๐ แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดในการเดินทางได้ถึง ๒๔ น็อต โดยมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงถึง ๗.๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ การ เดินทางเที่ยวนี้เป็นการเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ข้ามมหาสมุทแอตแลนติกจากเมืองเซาท์แธมตัน ประเทศอังกฤษไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเริ่มถอนสมอออกเดินทางเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ เวลา ๑๓.๓๐ น. มีผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งสิ้นประมาณ ๒,๒๑๗ คน
ความใหญ่โตมโหฬารมีรูปลักษณะแข็งแกร่งทนทานมหาศาลนี้ ทำให้บริษัทเจ้าของเรือมีความภาคภูมิใจมากถึงกับขนานนามเรือลำนี้ว่า "Unsinkable Ship หรือ เรือที่ไม่มีวันจม" และชื่อของเรือ "ไททานิค" นั้นก็ได้นำมาจากคำว่า "Titan" ซึ่งเป็นชื่อของอสูรเทพที่ทรงพลัง บุตรของเทพเจ้า Uranus และ Gaia ตามเทพนิยายกรีกโบราณ
ในระหว่างการเดินทางนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายนฯ เป็นต้นมา เรือ "ไททานิค" ได้รับสัญญาณวิทยุเตือนภัยให้ระวังเรื่องภูเขาและกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ปรากฏลอยอยู่เกลื่อนกลาด ทั่วไปในเส้นทางการเดินทางจากเรือลำอื่นๆ มาโดยตลอด เมื่อคืนวันที่ ๑๔ เมษายนฯ เวลา ๒๒.๓๐ น.พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" ซึ่งกำลังติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งห่างจากเรือ "ไททานิค" ประมาณ ๑๙ ไมล์ทางเหนือ ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เรืออื่นๆ ซึ่งกำลังเดินทางอยู่ในเส้นทางที่ใกล้เคียงให้ระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจจะเกิดจากการชนภูเขาน้ำแข็งภายในบริเวณนี้ได้ ขณะที่ กำลังเรียกขานเรือ "ไททานิค" เพื่อแจ้งให้ระมัดระวังเหตุภัยพิบัตินี้เช่นกัน ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ค่อยสุภาพว่า "...ให้หยุดเตือนเสียที เพราะสัญญาณเข้าไปรบกวนการทำงาน(ของเขา)กับ Cape Race..." พนักงานวิทยุประจำเรือ "คาลิฟอร์เนียน" จึงเลิกทำการติดต่อ และปิดเครื่องวิทยุเมื่อเวลา ๒๓.๓๐ น.
เมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๔๐ น. ด้วยความเร็ว ๒๒ น็อตครึ่ง เรือ "ไททานิค" ได้พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีความสูงพ้นระดับน้ำ ๕๕-๖๐ ฟิต ที่ Longitude 50o 14' W Lattitude 41o 27' N ทำให้ตัวเรือแตกน้ำทะเลไหลท่วมท้นเข้ามาในตัวเรือมีระดับสูงกว่ากระดูกงู ๑๔ฟิต ภายใน ๑๐ นาที แล้วไหลทะลักเข้าไปสู่ห้องต่างๆ อย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้เรือเริ่มอับปาง พนักงานวิทยุประจำเรือฯ ได้ส่งสัญญาณวิทยุแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือไปยังเรือและสถานีฝั่งในอาณาบริเวณ เรือหลายลำที่ได้รับสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือจากเรือ "ไททานิค" จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว
วันที่ ๑๕ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ เวลา ๐๐.๐๕ น. กัปตันเรือ "ไททานิค" ได้สั่งสละเรือใหญ่ เรือลำนี้ถึงแม้ว่า จะได้เตรียมเรือชูชีพไว้จำนวนมากแต่ก็สามารถจุได้เพียง ๑,๑๗๘ คนในจำนวนผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งหมด ๒,๒๑๗ คน เท่านั้น และถึงแม้ว่าจะมีเรือหลายลำเข้าไปช่วยเหลือได้ในระยะเวลาอันสั้น การอับปางของเรือ "ไททานิค"ครั้งนี้ก็ยังเป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง ๑,๕๑๓ คน ในจำนวนนี้มีมหาเศรษฐีอเมริกันรวมอยู่ด้วยถึง ๓ คน คือ John Jacob Astor, Benjamin Gugenheim และ Isidor Straus
(อยากเหนรูปเรือไททานิกเข้าไปที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=445118)
อีกสาเหตุที่เรือไททานิกจมคาดน่าจะเพราะว่า มีเศรษฐีคนหนึ่ง(เราก็จำชื่อไม่ได้อ่านะ)เค้าซื้อโลงศพมัมมี่เจ้าหญิงแห่งไอยคุปมาจากพ่อค้าคนหนึ่งซึ่งได้ไปบุกรุกสุสานของเจ้าหญิงแล้วนำเอาพระศพออกมาด้วย และในตอนที่เขาได้ขายพระศพของเจ้าหญิงนั้นเขาได้บอกเศรษฐีว่าโลงพระศพนี้มีคำสาป แต่เศรษฐีผู้นั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร หลังจากที่พ่อค้าคนนี้ได้ขายพระศพของเจ้าไอยคุปไปแล้วเขาก็ได้เสียชีวิตอย่างปริศนา (โดนคำสาป) แล้วเศรษฐีก็ต้องการที่จะนำโลงพระศพไปยังนิวยอร์ก โดยมีแต่กัปตันเรือเท่านั้นที่รู้ และจากคำสาปของเจ้าหญิงแห่งไอยคุปก็ทำให้เรือประสบอุบัติเหตุชนกับภูเขาน้ำแข็ง ทำให้พระศพของท่านจมดิ่งสู่ทะเลลึก เพราะท่านไม่ต้องการให้ผู้ใดมารบกวนท่านอีกแล้ว
"...หากมันผู้นั้นบังอาจลบนามของข้าบนแผ่นศิลานี้ออก
มันผู้นั้นจะถูกเทพเจ้าลงโทษ โดยลบชื่อออกไปจากโลก
+
+
... หากมันผู้ใดเคารพนามของข้าบนแผ่นศิลานี้ มันผู้นั้นจะได้รับการตอบแทนจากเทพเจ้าเช่นเดียวกับที่มันปฏิบัติ
กับข้า ...!! "
+
+
+
(ส่วนหนึ่งของคำสาปฟาโรห์ ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาหน้าห้องเก็บมัมมี่พระศพฟาโรห์ตุคัน คาเมน)
(ขออภัยที่ไม่สามารถลงรูปพระศพได้อยากดูเข้าไปที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=444661)
อีกเรื่องที่น่าคิดคือพลอยสีน้ำเงินของโรสหรือที่เรียกว่า "หัวใจมหาสมุทร" เราว่ามันมีลักษณะเหมือนกันกับเพชรโฮป Hope Diamond) เป็นเพชรสีนํ้าเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีนํ้าหนักถึง 45.52 กะรัต โดยพ่อค้าฝรั่งเศสนาม จอห์น แบ็บติส ทราวิเนียร์ ได้ขโมยมาจากพระนลาฏ (หน้าผาก) เทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งของอินเดีย เมื่อราว ค.ศ. 1600 โดยหารู้ไม่ว่าโคตรเพชรนี้มีคําสาปติดมาด้วย นั่นคือ มันผู้ใดที่ขโมยหรือครอบครองเพชรโฮป จะต้องประสบความวิบัติทุกรายไป!
และก็จริงตามคําสาปครับ นับตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงซื้อเพชรนี้จากนายทราวิเนียร์ พระองค์และ พระราชวงศ์ก็ทรงได้รับภัยร้ายกาจจากการปฏิวัติของฝรั่งเศสตลอด กระทั่งนาย เฮนรีย์ ฟิลิป โฮป (เจ้าของชื่อเพชรเม็ดนี้) นายปิแอร์ คาร์เทียร์ (พ่อค้าอัญมณีชื่อดังที่เรารู้จักกันดี) ฯลฯ ล้วนประสบกับอัปมงคลจนถึงผู้ครอบครองรายสุดท้ายคือ ตระกูลของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน ได้ให้เลดี้ไฮโซ ผู้หนึ่งยืมสร้อยคอเพชรโฮป สวมใส่ในงานราตรี สองเดือนต่อมา ลูกน้อยของเธอก็ตายอย่างลึกลับ สามีกลายเป็นบ้าและต้องหย่าขาดกัน
ในที่สุด ทายาทตระกูลวินสตันจึงมอบเพชรโฮปให้สถาบันสมิธ โซเนียนของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุรักษ์แทนครับ
(ขออภัยที่ไม่สามารถลงรูปเพชรโฮปให้ได้ อยากเหนดุได้ที่ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=444350)
ขอขอบคุณผู้ที่ไปโพสให้ความรู้แก่ข้าพเจ้ามา ณ ที่นี้ด้วยค้าบ
-------------------------------------------------
ใครมีแนวคิดและสาเหตุใหม่ที่ทำให้เรือไททานิคล่มก็มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ
บางที่ความจริงอาจจะอยู่ในความคิดคุณ
edit @ 2005/09/27 15:40:16
edit @ 2005/09/27 15:41:55
edit @ 2005/09/27 15:45:30